วันที่  27 เดือน   พฤศจิกายน  ปี 2549   - > > >   แต่งรถกันกระสุน บุกตลาด ธุรกิจป้องกันความตาย  
 
   
 
แต่งรถกันกระสุน บุกตลาด ธุรกิจป้องกันความตาย

 
 

     สำหรับบางบุคคล บางอาชีพ หรือบางสถานการณ์ จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยชีวิตมากเป็นพิเศษ ฉะนั้น รถยนต์ที่ใช้เดินทาง ต้องผ่านกระบวนการ เสริมแต่งให้แข็งแกร่ง ป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เป็นที่มาของการมีธุรกิจผลิต รถยนต์กันกระสุน กระจายอยู่แทบทุกประเทศ

     ในประเทศไทย หากจะกล่าวถึง ผู้ผลิตรถยนต์กันกระสุนอันดับหนึ่ง ต้องยกให้บริษัท ปรีชาถาวรอุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งดำเนินงานมากว่า 10 ปี เคยผลิตรถยนต์ให้แก่บุคคลสำคัญ และใช้ในสถานการณ์พิเศษ มากกว่า 1,000 คัน

     “ผมทำศูนย์ซ่อม และต่อรถคอนเทนเนอร์มาก่อน จนปี 2540 เจอวิกฤติเศรษฐกิจ ยอดสั่งผลิตลดต่ำ เลยต้องเปลี่ยนแนวผลิต ผมชอบดูข่าว เห็นว่า มักเกิดเหตุการณ์ปล้นชิงทรัพย์รถขนเงินธนาคาร ผมเลยไปเสนอธนาคารกรุงเทพ จะผลิตรถนิรภัยให้ เขาก็บอกว่า ถ้าคุณทำรถที่ ปืน .38 ยิงไม่เข้า จะอนุมัติซื้อ 50 คัน ภายใน 3 วันเลย ตัวผมเรียนไม่สูงนัก จบแค่ ป.4 แต่เป็นช่างซ่อมรถตั้งแต่เด็ก ทำมานานกว่า 35 ปี เรื่องรถอยู่ในสมองทั้งหมด เลยลองผิดลองถูก ผลิตรถกันกระสุนด้วยตัวเอง เขาเสนอ แค่ .38 ยิงไม่เข้า แต่ผมทำไป ปืนสั้นทุกชนิดก็ยิงไม่เข้า ธนาคารกรุงเทพเลยสั่งผลิต หลังจากนั้น เกิดการบอกต่อ จนวันนี้ เราเป็นที่หนึ่งทั้งในประเทศ และในเอเชีย ส่วนระดับโลก เป็นผู้ผลิตอันดับ 7” ปรีชา ปูชนียกุล ประธานกรรมการบริษัท เล่าถึงที่มาธุรกิจ

     เขา อธิบายว่า ไม่ใช่รถยนต์ทุกคันจะเสริมกันกระสุนได้ ต้องพิจารณาเป็นรุ่

     “เราไม่เคยทำตลาดเลย โรงงานไม่มีเซลส์สักคน แต่ลูกค้า จะสรรหากันเอง โดยเลือกผู้ผลิตที่มีคุณภาพ แล้วก็บอกต่อกัน ส่วนวัสดุที่ใช้ประกอบเป็นรถกันกระสุน จะต้องผ่านการทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่ากับอาวุธร้ายแรงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจประสิทธิภาพ ทำให้คุณภาพเราเป็นที่ยอมรับ”

     ค่าติดตั้งต่อคันอยู่ที่ประมาณ 2 ล้าน ถึงสูงสุดไม่เกิน 3.5 ล้านบาท (ไม่รวมราคารถ) บริษัทฯ จะมีกำไรจากการติดตั้งคันละ 40-45% มีรับประกัน 5 ปี กลุ่มลูกค้ามีทั้งเอกชน และภาครัฐ อย่างละครึ่ง โดยภาคเอกชน อาทิ รถนิรภัยของสถาบันการเงินต่างๆ และบุคคลทั่วไปที่ต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนหน่วยงานรัฐ อาทิ รถของบุคคลสำคัญ เช่น รถยนต์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีกหลายคน รวมถึง รถยนต์ของทหาร และตำรวจ ใช้ในภารกิจใน 3 จังหวัดภาคใต้ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีต่างประเทศ อาทิ ลาว กัมพ

     ปรีชา เชื่อว่า ธุรกิจของบริษัทฯ ยังมีอนาคตอีกไกล เฉพาะแค่ยอดสั่งผลิตรถนิรภัยในปีหน้า (2550) จากธนาคารกรุงไทยแห่งเดียว ตกลงกันเรียบร้อย จำนวน 300 คัน นอกจากนี้ มีแผนจะผลิตสินค้าใหม่ๆ และขยายไปทำตลาดในต่างประเทศ เช่น กัมพูชา บรูไน และจีน เป็นต้น รวมถึง จะพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ และบุคลากร เพื่อรักษาความเป็นหนึ่งในวงการต่อไป

www.manager.co.th

<