วันที่  5 เดือน   มิถุนายน  ปี 2549   - > > >   E200 NGT เมื่อเบนซ์หรูต้องใช้ก๊าซ  
 
   
 
E200 NGT เมื่อเบนซ์หรูต้องใช้ก๊าซ

 
 

     ถ้าพูดถึงรถหรูระดับเสี่ยในประเทศไทยแล้วล่ะก็ เชื่อว่าหลายคนยังไงก็ต้องนึกถึงรถเบนซ์ แต่เมื่อโลกเปิดกว้างขึ้น รถหรูเข้ามาขายในเมืองไทยมากขึ้น รถหรูระดับเสี่ยก็ไม่ได้ยึดติดเฉพาะรถเบนซ์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป และรถเบนซ์เองก็ไม่ได้ผลิตแต่รถหรูคันโตๆ ออกมาขายเพียงอย่างเดียวเช่นกัน

     รถเบนซ์ที่ขายในเมืองไทยเดี๋ยวนี้มีตั้งแต่รุ่นเอคลาสรถขนาดเล็ก บีคลาสรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก ซีคลาสรถเก๋งขนาดกลาง อีคลาสรถเก๋งกลางเครื่องใหญ่ขึ้นมาอีกระดับ แถมมีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกในรุ่น อี 220 ซีดีไอ รุ่นเอสคลาสรถหรูรุ่นใหญ่ ล่าสุดรุ่นอาร์คลาสรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ แถมยังมีรุ่นแยกย่อยออกไปอีกหลายรุ่น เพื่อต้องการให้เป็นทางเลือกให้ลูกค้ากับทุกกลุ่ม

     แต่ไม่ว่ารถเบนซ์จะผลิตรถรุ่นต่างๆ ออกมามากมาย ความเป็นเบนซ์ก็ยังติดภาพของความเป็นรถหรูอยู่ต่อไปในสายตาคนไทย ดังนั้น เมื่อสถานการณ์บีบให้เบนซ์ต้องหันมาใช้พลังงานทางเลือก จึงนับว่าเป็นเรื่องใหม่มาก โดยเฉพาะพลังงานที่นำมาใช้คือ "ก๊าซ"

     ก่อนหน้านี้ คนมักจะมองว่าการใช้ก๊าซเติมในรถยนต์เป็นเรื่องอันตราย ซึ่งแม้กระทั่งเดี๋ยวนี้ความเชื่อดังกล่าวก็ยังคงความเข้มข้นต่อไป แต่เมื่อสถานการ

     ทางบริษัท เดมเลอร์ไครสเลอร์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ จากเยอรมนี ออกมาประกาศว่า จะเปิดสายการผลิตรถเบนซ์รุ่น อี 200 เอ็นจีที รถที่สามารถใช้ได้ทั้งน้ำมันเบนซินและก๊าซเอ็นจีวี หรือที่เรียกว่าซีเอ็นจีในประเทศไทย อี 200 เอ็นจีที เริ่มออกสู่ตลาดเยอรมนีเมื่อปี 2547 โดยเน้นความประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือ ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 20% หลังจากนั้นจึงขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านคือ ออสเตรีย อิตาลี สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และเริ่มแนะนำสู่ตลาดประเทศไทยเมื่อปี 2548

     ทางวิศวกรของเบนซ์ได้ออกแบบ อี 200 เอ็นจีที ให้มีความง่ายในการปรับเปลี่ยนการใช้งานระหว่างน้ำมันและก๊าซ เพราะเพียงกดปุ่มที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 2 รูปบนพวงมาลัย หลังจากกดแล้วจะมีรูปเครื่องหมายบวกลบให้เลือก หากเป็นบวกก็ใช้น้ำมัน แต่หากเป็นลบก็ใช้ก๊าซ โดยจะมีรูปแสดงปริมาณข

     เบนซ์ อี 200 เอ็นจีที ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1796 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลา 10.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 227 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราความสิ้นเปลืองน้ำมัน 9.0 ลิตร/100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขอ้างอิงตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป ส่วนก๊าซ 6.0 กิโลกรัม/100 กิโลเมตร อัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ยอ้างอิงจากก๊าซธรรมชาติกลุ่ม H รถรุ่นนี้ผ่านมาตรฐานไอเสีย ยูโร 4 เครื่องยนต์ลูกผสมนี้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาต่ำกว่าที่ออกมาจากเครื่องยนต์เบนซิน 20%

     เมื่อใช้พลังงานในการขับเคลื่อนได้สองชนิด สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ต้องเพิ่มขึ้นมาอย่างแน่นอนก็คือ ถังก๊าซ โดยถังนี้มีขนาดความจุรวมกัน 18 กิโลกรัม จากจำนวนทั้งหมด 4 ถัง ติดตั้งอยู่ในห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายในตำแหน่งของยางอะไหล่และด้านหลังของส่วนที่เป็นผนังกั้นระหว่างห้องโดยสารด้านหลังกับห้องเก็บสั

     สำหรับจุดเด่นในเรื่องของความประหยัด ถ้าราคาน้ำมันจะยังคงขยับขึ้นต่อไปเรื่อยๆ จนมีแนวโน้มว่าจะทะลุลิตรละ 30 บาท ส่วนราคาก๊าซเอ็นจีวีหรือซีเอ็นจี อยู่ที่กิโลกรัมละ 8.50 บาท เมื่อเปรียบเทียบคร่าวๆ ตามขนาดความจุต่อถังแล้ว เมื่อมาใช้ผสมกันน่าจะประหยัดลงไปไม่น้อยกว่า 4 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเพียงอย่างเดียวในรุ่นเดียวกัน

     ราคาจำหน่าย ถ้าเป็น อี 200 เอ็นจีที นำเข้ามาจากเยอรมนี ราคาจะอยู่ที่คันละประมาณ 4.4 ล้านบาท แต่ถ้าเอาเข้ามาประกอบในประเทศไทย เสียภาษีสรรพสามิตเพียง 20% ทางเบนซ์ยืนยันมาว่าราคาจะลดลงมาแน่นอน ส่วนจะลดลงมาเหลือเท่าไหร่ ประมาณเดือนพฤศจิกายนนี้ได้รู้แน่

     ส่วนประเด็นที่ยังคาใจว่า แล้วรถหรูอย่างเบนซ์มาใช้ก๊าซจะได้รับการยอมรับหรือ ทางผู้บริหารเบนซ์มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับเหมือนกับเบนซ์ อี 220 ซีดีไอ เครื่องด

<